วันอังคารที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2554

เปิดนโยบายรัฐบาลยิ่งลักษณ์




1.นโยบายเร่งด่วนที่จะเริ่มดำเนินการในปีแรก 
1)สร้างความปรองดองสมานฉันท์ เยียวยาและฟื้นฟูทุกฝ่าย เช่น ประชาชน เจ้าหน้าที่รัฐ และผู้ประกอบการภาคเอกชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุรุนแรงตั้งแต่ช่วงปลายการใช้รัฐธรรมนูญ 2540 สนับสนุนให้คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ดำเนินการอย่างเป็นอิสระ
 2) กำหนดให้การแก้ไขและป้องกันปัญหายาเสพติดเป็น “วาระแห่งชาติ”

 3) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐอย่างจริงจัง
 4) ส่งเสริมการบริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการและเร่งรัดขยายเขตพื้นที่ชลประทาน
 5) เร่งนำสันติสุขและความปลอดภัยกลับมาสู่พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยน้อมนำกระแสพระราชดำรัส “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” เป็นหลักปฏิบัติ
 6) เร่งฟื้นฟูความสัมพันธ์และพัฒนาความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านและนานาประเทศ
 7) แก้ไขความเดือดร้อนของประชาชนและผู้ประกอบการเนื่องจากภาวะเงินเฟ้อและราคาน้ำมันเชื้อเพลิง โดยชะลอการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงชั่วคราวเพื่อให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงลดลงทันที ปรับโครงสร้างราคาพลังงาน จัดให้มีบัตรเครดิตพลังงานสำหรับผู้ประกอบอาชีพรถรับจ้างขนส่งผู้โดยสารสาธารณะ ดูแลราคาสินค้าและการมีรายได้ ป้องกันและแก้ไขการผูกขาดทั้งทางตรงและทางอ้อม
  8) ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเพิ่มกำลังซื้อภายในประเทศ พักหนี้ครัวเรือนของเกษตรกรรายย่อย และผู้มีรายได้น้อยที่มีหนี้ต่ำกว่า 500,000 บาท อย่างน้อย 3 ปี และปรับโครงสร้างหนี้สำหรับผู้ที่มีหนี้เกิน 500,000 บาท ทำให้แรงงานมีรายได้เป็นวันละไม่น้อยกว่า 300 บาท ผู้จบปริญญาตรีมีรายได้เดือนละไม่น้อยกว่า 15,000 บาท จ่ายเบี้ยสูงอายุแบบขั้นบันได อายุ 60-69 ปี 600 บาท, อายุ 70-79 ปี 700 บาท, อายุ 80-89 ปี 800 บาท และอายุ 90 ปีขึ้นไป ได้รับ 1,000 บาท ลดภาษีบ้านหลังแรกและรถยนต์คันแรก
  9) ลดภาษีเงินได้นิติบุคคล เหลือร้อยละ 23 ในปี 2555 และเหลือร้อยละ 20 ในปี 2556
 10) ส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยเพิ่มเงินทุนกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองอีกแห่งละ 1 ล้านบาท จัดตั้งกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี วงเงินเฉลี่ยจังหวัดละ 100 ล้านบาท จัดตั้งกองทุนตั้งตัวได้วงเงิน 1,000 ล้านบาท ต่อสถาบันอุดมศึกษาที่ร่วมโครงการ จัดสรรงบประมาณเข้ากองทุนเอสเอ็มแอล 300,000 400,000 และ 500,000 บาทตามขนาดหมู่บ้าน
  11) ยกระดับราคาสินค้าเกษตรและให้เกษตรกรเข้าถึงแหล่งเงินทุน เริ่มจากการรับจำนำข้าวเปลือกเจ้าและข้าวเปลือกหอมมะลิ เกวียนละ 15,000 บาท และ 20,000 บาท จัดทำทะเบียนครัวเรือนเกษตรกรและการออกบัตรเครดิตสำหรับเกษตรกร
  12) เร่งเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวทั้งในและนอกประเทศ โดยประกาศให้ปี 2554-2555 เป็นปี “มหัศจรรย์ไทยแลนด์” และประชาสัมพันธ์เชิญชวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าร่วมเฉลิมฉลองในพระราชพิธีมหามงคลที่จะมีขึ้นในช่วงปี พ.ศ. 2554-2555
  13) สนับสนุนการพัฒนางานศิลปหัตถกรรมและผลิตภัณฑ์ชุมชน
  14) พัฒนาระบบประกันสุขภาพ เพิ่มประสิทธิภาพระบบ 30 บาทรักษาทุกโรค ให้ทุกคนได้รับบริการอย่างมีคุณภาพ สะดวก รวดเร็วและเป็นธรรม
  15) จัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตให้แก่โรงเรียน เริ่มในโรงเรียนนำร่องแก่นักเรียน ป. 1 ปีการศึกษา 2555 และ
  16) เร่งรัดและผลักดันการปฏิรูปการเมืองที่ประชาชนมีส่วนร่วม โดยมีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่เป็นอิสระยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยให้ประธานเห็นชอบผ่านการออกเสียงประชามติ

 ส่วนนโยบายที่จะดำเนินการภายในช่วงระยะ 4 ปี จะดำเนินนโยบายหลักจากข้อ 2-8 ดังนี้
    2.นโยบายความมั่นคงแห่งรัฐ ที่สำคัญคือ เทิดทูนและพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ ดำรงไว้ซึ่งพระบรมเดชานุภาพแห่งองค์พระมหากษัตริย์ น้อมนำพระราชดำริทั้งปวงไว้เหนือ     เกล้าเหนือกระหม่อม พร้อมทั้งอัญเชิญไปปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม
    3.นโยบายเศรษฐกิจ กระจายรายได้ที่เป็นธรรม ปรับโครงสร้างภาษีอากรทั้งระบบ มีนโยบายสร้างรายได้จากการส่งเสริมการท่องเที่ยว เพิ่มขึ้น 2 เท่าตัวในเวลา 5 ปี ผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและการค้าอาหาร มีนโยบายปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ส่วนนโยบายโครงสร้างพื้นฐาน จะพัฒนาระบบขนส่ง ประปา ไฟฟ้าให้กระจายไปสู่ภูมิภาคอย่างทั่วถึง เพียงพอ ขยายการให้บริการน้ำสะอาดให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ พัฒนาระบบรถ     ไฟทางคู่เชื่อมชานเมือง+หัวเมืองหลัก พัฒนารถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯเชียงใหม่ กรุงเทพฯ-นครราชสีมา กรุงเทพฯ-หัวหิน และเส้นทางเชื่อมต่อกับเพื่อนบ้าน ศึกษาและพัฒนาขยายทางรถไฟสายแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ต่อจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไปยังชลบุรีและพัฒนา เร่งรัดโครงสร้างรถไฟฟ้า 10 สายทางในกทม.และปริมณฑล ให้เริ่มก่อสร้างได้ครบใน 4 ปี ค่าบริการ 20 บาทตลอดสาย
   4.นโยบายด้านสังคมและคุณภาพชีวิต กระจายโอกาสทางการศึกษาให้เข้าถึงทุกกลุ่ม จัดโครงการเงินกู้เพื่อการศึกษาที่ผูกพันกับรายได้ในอนาคต ส่งเสริมให้แรงงานเข้าถึงข้อมูลข่าวสารตำแหน่งว่างงานโดยสะดวก เพิ่มประสิทธิภาพประกันสังคม พัฒนาคุณภาพชีวิตตั้งแต่ช่วงตั้งครรภ์ จนถึงวัยชรา และผู้พิการ สร้างหลักประกันความมั่นคงในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติและการละเมิดสิทธิมนุษยชนทุกรูปแบบ
   5.นโยบายที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ ทรัพยากรทางทะเล สร้างความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้ำในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ
   6.นโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัยและนวัตกรรม เร่งสร้างนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย และครูวิทยาศาสตร์ให้เพียงพอ ส่งเสริมสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา ส่งเสริมความร่วมมือกับประเทศมุสลิม และองค์กรอิสลามระหว่างประเทศ
   7.นโยบายการต่างประเทศ และเศรษฐกิจระหว่างประเทศ เร่งส่งเสริมและพัฒนาความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้าน ส่งเสริมผลประโยชน์ของชาติในองค์กรระหว่างประเทศ
   8.นโยบายการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พัฒนาระบบราชการ สร้างเสริมมาตรฐานด้านคุณธรรม จริยธรรม และธรรมา  ภิบาล รวมถึงปฏิรูประบบกฎหมายและพัฒนากระบวนการยุติธรรม ให้ทันสมัย สอดคล้องหลักการประชาธิปไตย เร่งรัดจัดตั้งองค์กรเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติรรมที่ดำเนินการโดยอิสระ และปรับปรุงระบบการช่วยเหลือประชาชนให้เข้าถึงความเป็นธรรมโดยง่าย ส่งเสริมให้ประชาชนมีโอกาสได้รับรู้ข่าวสารจากทางราชการ สื่อสารมวลชนและสื่อสาธารณะ  

วันจันทร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2554

การจัดการสารสนเทศ

  การผลิต จัดเก็บ ประมวลผล ค้นหาและเผยแพร่สารสนเทศโดยจัดให้มีระบบสารสนเทศ การกระจายของสารสนเทศทั้งภายในและภายนอกองค์กร โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อให้ได้สารสนเทศที่ถูกต้องน่าเชื่อถือ สามารถนำไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้นต้องประกอบไปด้วย  กระบวนการจัดหาสารสนเทศ รวบรวมสารสนเทศ การตรวจสอบข้อมูล การประมวลผล และการบำรุงรักษาสารสนเทศ โดยคำนึงถึงปัจจัยสำคัญคือ เทคโนโลยี คน กระบวนการ และการบริหารจัดการ

วันอังคารที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ความแตกต่างของลักษณะการเรียนในโรงเรียนและในมหาวิทยาลัย

    

การเรียนในโรงเรียนเป็นการเรียนภาคบังคับ มีกฏ มีระเบียบ เป็นสังคมที่สนุกสนาน มาจากที่เดียวกันบ้าง ต่างหมู่บ้านต่างอำเภอ เป็นสังคมที่เล็กกว่าสังคมมหาวิทยาลัย การเรียน การสอน การทำงาน อาจารย์ก็ติดตาม ครอบครัวก็อยู่ใกล้ชิดมีคนคอยกำกับดูแล  แต่การเรียนในมหาวิทยาลัยเป็นชีวิตที่มีอิสระคุณต้องรับผิดชอบตัวของคุณเอง  ต้องมีการปรับตัวอย่างมาก ไม่มีใครมาคอยบอกคอยเตือนให้ คุณไปเรียน ให้ทำงานส่งอาจารย์ ให้ไปสอบ คุณต้องทำทุกอย่างด้วยตัวของคุณเอง เพราะนี่คืออนาคตของคุณ
   
                            
      
    






                                                                                                              

ความหมายของการรู้สารสนเทศและกระบวนการรู้สารสนเทศ

    การรู้สารสนเทศ (Information literacy) หมายถึง ความรู้ความสามารถและทักษะของบุคคลในการเข้าถึงสารสนเทศ ประเมินสารสนเทศที่ค้นมาได้ และใช้สารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพทุกรูปแบบ ผู้รู้สารสนเทศจะต้องมีทักษะในด้านต่างๆ เช่น ทักษะการคิดวิเคราะห์ หรือ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ ทักษะการใช้ภาษา ทักษะการใช้ห้องสมุด ทักษะการใช้คอมพิวเตอร์ เป็นต้น


วิเคราะห์สถานการณ์ที่เกี่ยวกับการทำงานเป็นทีม

การทำรายงานกลุ่ม
การทำงานเป็นทีม
   คือการทำงานเป็นกลุ่มบุคคล โดยมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน และมีการแบ่งหน้าทีกันอย่างพึงพอใจ การทำางานเป็นทีม (team work) คือกลุ่มบุคคลที่ีมีการประสานงานกัน ร่วมมือกัน โดยมีเป้าหมายเดียวกัน
ประโยชน์ของการทำงานเป็นทีม
-ผลงานย่อมสูงกว่าคนเดียวทำ
-มีความรู้สึกที่ดี
-ผลสำเร็จเป็นของทีมงาน
-เกิดพลัง
-เกิดความรักความสามัคคี
-มีสัมพันธภาพที่ดี
-ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน
ลักษณะที่ดีทีของการทำงานเป็นทีม
1. บรรยากาศภายในกลุ่ม
2. สมาชิกเข้าใจวัตถุประสงค์ของกลุ่ม
3. สมาชิกปรึกษาในสิ่งที่ีเป็นประโยชน์ต่อกลุ่ม
4. สมาชิกโต้แย้งกันด้วยเหตุผลและหลักการ
5. แม้มีข้อขัดแย้ง สมาชิกทุกคนยังเต็มใจที่จะเป็นส่วนรวมของกลุ่ม
6. การทำงาน มุ่งสร้างสรรค์ และแก้ปัญหา
7. เป็นประชาธิปไตย
8. ยอมรับในความสามารถของกันและกัน
9. ผู้นำและผู้ตามไม่บีบบังคับซึ่งกันและกัน
10. มีการตรวจสอบการทำงานของทีมเป็นระยะ ๆ
ปัจจัยที่ีมีผลกระทบต่อทีม
1. ความขัดแย้ง  6. การเสียสละ
2. ความจริงใจ   7. ความแตกต่าง
3. ผลประโยชน์  8. เรื่องส่วนตัว
4. การมีส่วนร่วม 9. ประสบการณ์
5. การนำเสนอ  10. การใช้คำพูด
การลดความขัดแย้งของทีม
1.เปิดโอกาสให้ผู้อื่นแสดงความคิดเห็น
2. หลีกเลี่ยงการพูดเรื่องส่วนตัว
3. มุ่งประเด็นไปที่ข้อขัดแย้ง
4. อย่าใช้ภาษาดูหมิ่น เสียดสี 
5. เคารพความคิดเห็นของผู้อื่น
6. ยึดหลักเหตุผล

  หัวใจของการทำงานเป็นทีม ขึ้นอยู่กับการมีผู้นำที่เข็มแข็ง ประคับประคองให้ทีมก้าวสู่ข้างหน้าตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ด้วยความมั้นใจ ผู้ตามเป็นบุคคลสำคัญที่จะขับเคลื่อนงานของทีมให้บรรลุวัตถุประสงค์ ทีมงานต้องกระทำด้วยการร่วมใจร่วมคิดและร่วมทำ

วันจันทร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

เดาข้อสอบบทบาทสารสนเทศกับสังคม

1.เทคโนโลยีไฮเทคในปัจจุบันมีกี่กลุ่ม อะไรบ้าง
ตอบ 5 กลุ่ม เทคโนโลยีชีวภาพ เทคโนโลยีวัสดุใหม่ เทคโนโลยีอวกาศ เทคโนโลยีนิวเคลียร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ
2.เทคโนโลยีสารสเทศมีบทบาทสำคัญอย่างไรต่อ GDP ของประเทศอย่างไร
ตอบ -ใช้ในการพัฒนาอุตสาหกรรม
         - ขยายตลาด
         - เกิดการจ้างงานตั้งแต่กรรมกรถึงวิศวกรรม
3.ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับสารสนเทศกับบุคคล
  1.ATM:Autmatic Teller Machine
  2.Electronic Banking
  3.Knowledge management
  4.Tele-Conference
4.สารสนเทศที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่มีชื่อเรียกว่าอย่างไร
ตอบ เศรษฐกิจบนฐานความรู้ (Knowledge-based Economy)
5.เทคโนโลยีใดเกี่ยวข้องกับการศึกษา
  1.Tele-Conference
  2.e-Commerce
  3.Virtual Reality
  4.fibre optics
6.ปัจจุบันนี้มหาวิทยาลัยมหาสารคามมีการจัดการเรียนการสอนแบบใด
ตอบ มุ่งเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง โดยครูผู้สอนทำหน้าที่เป็นผู้แนะนำช่วยเหลือและกระตุ้นให้ผู้เรียนได้ศึกษาหาความรู้ด้วยตนเอง

วันเสาร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

การจัดตั้งรัฐบาล 54

พรรคร่วมรัฐบาล
โดยมีพรรคการเมืองเข้าร่วมรัฐบาลคือ พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน พรรคพลังชล และพรรคมหาชน
- พรรคชาติไทยพัฒนา ได้ ส.ส จำนวน 19 ที่นั่ง
- พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ได้ ส.ส จำนวน 7 ที่นั่ง
- พรรคพลังชล ได้ ส.ส จำนวน 7 ที่นั่ง
- พรรคมหาชน ได้ ส.ส จำนวน 1 ที่นั่ง
เมื่อรวมกับพรรคเพื่อไทย 265 ที่นั่ง ก็จะได้ 299 เสียงที่นั่ง
พรรคฝ่ายค้าน 
 -พรรคประชาธิปัตย์  ได้ ส.ส 159 ที่นั่ง
 -พรรคภูมิใจไทย ได้ ส.ส  34 ที่นั่ง
 -พรรครักประเทศไทย  ได้ ส.ส 4 ที่นั่ง
 -พรรคมาตุภูมิ ได้ ส.ส 2 ที่นั่ง
 -พรรครักษ์สันติ ได้ ส.ส 1 ที่นั่ง
 -พรรคประชาธิปไตยใหม่ ได้ ส.ส  1 ที่นั่ง
  รวม 201 เสียงที่นั่ง